’’สถาบันยานยนต์’’ จับมือ ’’อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์’’ ทะยานสู่ความยั่งยืน ขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่งอนาคต ในสัมมนา ’’Automotive Summit 2024’’

สถาบันยานยนต์ จับมือ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ เดินหน้าร่วมพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ เตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผลักดันอุตสาหกรรมสู่นวัตกรรมการขับเคลื่อนแห่งอนาคตเพื่อความยั่งยืน ชี้ยานยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังพบยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใช้งานแล้วกว่าแสนคัน พร้อมชวนคนวงการยานยนต์เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวของแวดวงยานยนต์ในงานสัมมนาใหญ่ประจำปี “Automotive Summit 2024” 19-20 มิถุนายนนี้ โดยจัดร่วมกับงาน “Automotive Manufacturing” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรม “Manufacturing Expo” (19-22 มิถุนายน) ที่ไบเทค
ดร. เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ ในปี 2566 ที่ผ่านมาว่า ตลาดยานยนต์ในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18 ของ GDP ของประเทศ การส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของภาครัฐที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์อันดับ 10 ของโลก อันดับ 5 ของเอเชีย และอันดับ 1 ของอาเซียน โดยเฉพาะยานยนต์สันดาปภายใน ที่ไทยเป็นฐานการผลิตมายาวนานและภาครัฐให้ความสำคัญ โดยมุ่งเน้นการผลิตยานยนต์สันดาปภายในที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงสูงและมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำ พร้อมตั้งเป้าหมายภายในปี 2030 ไทยจะมีสัดส่วนการผลิตยานยนต์สันดาปภายใน ร้อยละ 70 และจะเป็นฐานการผลิต “ยานยนต์สันดาปภายในแห่งสุดท้ายของโลก”
ด้านการส่งออก ประเทศไทยมีปริมาณการส่งออกรถยนต์ใน 3 ภูมิภาคหลัก คือ เอเชีย โอเชียเนีย และตะวันออกกลาง มากกว่าร้อยละ 70 ของปริมาณการส่งออกรวม สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างมาก โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา ไทยมีมูลค่าการส่งออกรถยนต์ถึง 19776.19 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 688531.24 ล้านบาท จากแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของการส่งออกรถยนต์ของไทย ทำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่มีมากกว่า 2300 ราย มีการขยายตัวไปด้วยเช่นกัน
ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากการผลิตยานยนต์แบบดั้งเดิมมาเป็นการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ที่เน้นด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจกสูง ภายใต้นโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นและผลักดันให้ยานยนต์ที่ผลิตในประเทศเป็นยานยนต์ที่ “สะอาด ประหยัด และปลอดภัย” เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ควบคู่ไปกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน
จากมาตรการการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การใช้งานและโครงสร้าง พื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของไทยขยายตัวอย่างวรวดเร็ว
โดยปัจจุบัน มีค่ายรถยนต์ทั้งจากประเทศจีนและญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนและมีแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV ในประเทศไทยในปี 2567 กว่า 9 ราย นำโดย BYD MG Changan NETA GAC Nissan ฯลฯ โดยมีกำลังการผลิตรวมกว่า 596000 คันต่อปี ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 ไทยเริ่มมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV ในประเทศ โดยมีปริมาณการผลิตรวม 2466 คัน นำโดย ค่าย GWM MG และ Honda (ผลิตรถยนต์ BEV HRV-en1 จำนวน 30 คันในเดือน มกราคม 2567 ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา ไทยมี ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BEV ทั้งสิ้น 73568 คัน อัตราการขยายตัว 694% ขณะที่ในช่วงไตรมาสแรกของ ปี 2567 มีปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BEV กว่า 19131 คัน ซึ่งหากพิจารณาตามข้อมูลสถิติ ปริมาณการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสมในประเทศไทย พบว่า จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนรถไฟฟ้า BEV ที่จดทะเบียนแล้วกว่า 113435 คัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทำให้สถาบันยานยนต์ตระหนักเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำอย่างไรที่จะร่วมผลักดันให้อุตสาหกรรม ยานยนต์เดินหน้าตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals : SDGs ชุดเป้าหมายการพัฒนาระดับโลกที่ทุกประเทศต้องดำเนินการร่วมกันตั้งแต่ปี 2016 - 2030
โดยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 เป้าหมาย ได้แบ่งออกเป็น 5 มิติ ซึ่งการจัดงานสัมมนา Automotive Summit 2024 ในปีนี้ สถาบันยานยนต์ และ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ ได้สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของ Sustainable Development Goals สร้างสมดุล 3 เสาหลักสู่มิติแห่งความยั่งยืน ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านสิ่งแวดล้อม มาเป็นแนวคิดหลักของการจัดงานในครั้งนี้ “Future Mobility Towards Sustainability มุ่งสู่นวัตกรรมการขับเคลื่อนแห่งอนาคตเพื่อความยั่งยืน”