กรมพัฒนาธุรกิจฯ เสิร์ฟแผนพัฒนาธุรกิจไทยปี 2568 ยกระดับงานบริการที่สะดวกขึ้น เชื่อมต่อทักษะธุรกิจสู่โลกอนาคตและพัฒนาธุรกิจสีขาวเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปั้นแผนปี 2568 ปูทิศทางให้ธุรกิจไทยเดินได้อย่างราบรื่น ภายใต้ภารกิจ 3 ด้าน 1) บริการจดทะเบียนและข้อมูลธุรกิจ ที่จะเร่งสปีดพัฒนาระบบให้บริการออนไลน์ครบ 100% ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เปิดศักราชใหม่ด้วยระบบจดทะเบียนใหม่ DBD Biz Regist พร้อมจ่อเปิดใช้งานระบบจดทะเบียนสมาคมการค้าและหอการค้า เร็วๆ นี้ 2) ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ ให้ทันต่อเกมส์การตลาดมีศักยภาพในการทำธุรกิจแบบมืออาชีพ สร้างความน่าเชื่อถือให้ร้านค้าออนไลน์ไทยด้วยโลโก้ DBD Registered ระบบใหม่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยธุรกิจของตนเอง และการขยายตลาดให้ธุรกิจไปได้ไกลกว่าเดิม และ 3) สร้างธรรมาภิบาลธุรกิจ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล (IBAS) เพื่อช่วยกำกับดูแลการทำธุรกิจอยู่ภายใต้กฎหมาย ลดปัญหานอมินี หรือบัญชีม้าในประเทศไทย และเดินหน้าพัฒนาระบบ e-Accountant ให้รองรับการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีในอนาคตด้วย
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2568 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตั้งวิสัยทัศน์เป็น ‘องค์กรชั้นนำด้านบริการและขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน’ ควบคู่กับค่านิยม ‘SUPER DBD’ สร้างพลังการเปลี่ยนแปลงให้บุคลากรในองค์กรพร้อมผลักดันวิสัยทัศน์ให้บรรลุตามเป้าหมาย โดยแผนดำเนินงานตามภารกิจ 3 ด้าน ได้แก่ 1) บริการจดทะเบียนและข้อมูลธุรกิจ ในปีนี้กรมฯ จะให้บริการดิจิทัลทุกกระบวนงานแบบสมบูรณ์ 100% โดยล่าสุดได้เปิดให้บริการระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล หรือ DBD Biz Regist ที่ทำให้ผู้ใช้บริการจดทะเบียนธุรกิจได้รวดเร็วขึ้นด้วยขั้นตอนการใช้งานที่ง่ายเป็นมิตรหรือ User Friendly มากขึ้นผ่านรูปแบบ e-Form เช่น ลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน ลดความยุ่งยากในการลงลายมือชื่อ และผู้ใช้งานสามารถเลือกวันเวลาในการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจได้ด้วยตนเอง เป็นต้น ขณะนี้จะเหลือเพียงระบบจดทะเบียนสมาคมการค้าและหอการค้าที่เป็นงานบริการออนไลน์ประเภทสุดท้ายที่กำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ยังได้ขยายผลการยกเลิกเรียกเอกสารหนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น โดยในปี 2567 ได้เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 22 หน่วยงาน ช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการประหยัดค่าใช้จ่ายในภาพรวมได้กว่า 7100 ล้านบาท/ปี และปี 2568 จะเพิ่มเติมอีก 25 หน่วยงาน ไปจนถึงปี 2570 ตั้งเป้าหมายให้ครอบคลุมทั้ง 74 หน่วยงาน
อธิบดีอรมน กล่าวต่อว่า “2) การส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ วางแผนพัฒนาใน 4 ด้าน คือ เพิ่มศักยภาพธุรกิจ ให้ทันกับเทรนด์การตลาดที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี อาทิ พัฒนาเครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club ขยายร้านสมาร์ทโชห่วยไปสู่ร้านค้าปลีกอื่นๆ ในชุมชน อย่างร้านขายยา อุปกรณ์เบเกอรี่ เครื่องเขียน ก่อสร้าง และสินค้าเกษตร ส่งเสริมแนวคิด BCG ในธุรกิจบริการผู้สูงอายุ สุขภาพและความงาม (Wellness) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีมาบริหารจัดการธุรกิจและลดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ และจัดทำหลักสูตร DBD e-Learning ที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน โดยในปี 2568 ได้เพิ่มเติมวิชา ‘เส้นทางสู่ความสำเร็จธุรกิจร้านอาหาร’ และ ‘รู้ทันภูมิรัฐศาสตร์ สร้างโอกาสธุรกิจไทย’ รวมถึงมีแผนการพัฒนาหลักสูตรใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เช่น AI FOR SME ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2565-2567 มีผู้เรียนเข้าเรียนและจบหลักสูตรกว่า 119165 รายกระตุ้นการค้าออนไลน์ ในปี 2568 จะสร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจ e-Commerce มากยิ่งขึ้น ผ่านเครื่องหมายยืนยันตัวตน DBD Registered ที่เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอกได้ซึ่งกำหนดเปิดใช้ในเดือนเมษายน 2568 ทำให้การขอเครื่องหมายฯ สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้ง ทำให้ร้านค้าออนไลน์มีความน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภคมากขึ้น การเข้าถึงแหล่งทุนด้วยหลักประกันทางธุรกิจ กรมฯ จะเดินหน้าร่วมกับสถาบันการเงินและพันธมิตรสร้างความรู้พร้อมส่งเสริมธุรกิจให้เข้าถึงเงินทุนด้วยหลักประกันทางธุรกิจ โดยเฉพาะไม้ยืนต้น สร้างโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งการพาธุรกิจแฟรนไชส์ไปค้าขายต่างประเทศ (Thai Franchise Towards Global) ปัจจุบันมีแฟรนไชส์ไทย ในการส่งเสริมที่สามารถขยายไปต่างประเทศได้ 46 ราย ใน 31 ประเทศ การสร้างโอกาสทางการตลาดร้านอาหารไทย Thai SELECT ช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในพื้นที่ผ่านอัตลักษณ์ท้องถิ่น หรือ GI การพัฒนาธุรกิจชุมชนให้มีทักษะการบริหารธุรกิจแบบมืออาชีพ สร้างตลาดให้เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น พร้อมเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้มีเวทีเจรจาธุรกิจและเข้าถึงลูกค้าได้ทั้งในและต่างประเทศ
สุดท้าย 3) สร้างธรรมาภิบาลธุรกิจ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล หรือ Intelligence Business Analytic System (IBAS) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกำกับดูแลและตรวจสอบนิติบุคคลให้ดำเนินธุรกิจภายใต้ระเบียบและกฎหมาย พร้อมจับมือพันธมิตรขับเคลื่อนแผนงานด้านการป้องปรามและปราบปรามการกระทำผิดในลักษณะนอมินีและบัญชีม้าเพื่อหยุดยั้งการทำลายเศรษฐกิจในประเทศ นอกจากนี้ จะเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานผู้ทำบัญชี หรือ e-Accountant ให้รองรับการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีตามประกาศกรมฯ ซึ่งรองรับผู้ทำบัญชีที่ต้องเข้าใช้ระบบมากกว่า 76000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต
การดำเนินงานตามแผนงานในปี 2568 ดังที่กล่าวไปแล้วนั้น จะประสบความสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายไม่ได้เลยหากขาดความร่วมมือร่วมใจจากพันธมิตรทั้งที่เคยร่วมงานและกำลังจะมีแผนทำงานร่วมกัน กรมฯ ต้องขอขอบคุณจากใจจริงที่ทุกภาคส่วนได้ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือความสำเร็จของภาคธุรกิจและประโยชน์ของประชาชนไทย กรมฯ ขอยืนยันว่าจะไม่หยุดพัฒนางานบริการให้สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้บริการและพร้อมจะสนับสนุนการทำธุรกิจให้สะดวกสบาย มีทักษะการค้าขายอย่างมืออาชีพด้วยอาวุธทางความรู้ที่อัพเดทอยู่เสมอ ประกอบกับมีเครื่องมือเทคโนโลยีที่จะช่วยเป็นผู้ช่วยแบ่งเบาการบริหารธุรกิจให้คล่องตัวขึ้น” อธิบดีอรมน กล่าวทิ้งท้าย
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์
*********************************************