เมื่อ : 04 ส.ค. 2568

ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แบรนด์โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ (Shokubutsu Monogatari) โดยบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านสินค้าอุปโภคบริโภคของคนไทยกว่า 56 ปี เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์ด้วยพลังแห่งนวัตกรรม และเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ตอบรับกระแส Health Conscious ที่ชัดเจนในทุกกลุ่มวัย

 

          นางสาววรรัช เอกอวัสดาพร ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจคู่คุณธรรม พัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตลอดระยะเวลา 56 ปี เปิดเผยว่า “โชกุบุสซึ” ยังคงรักษาการเติบโตในตลาดผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำและดูแลสุขอนามัยแม้ในภาวะการแข่งขันสูง ด้วยจุดแข็งของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “พลังจากธรรมชาติ เพื่อสุขภาพที่ดีของผิวและชีวิต” โดยในครึ่งปีหลังนี้ แบรนด์จะเดินหน้าขยายตลาดสู่กลุ่ม Health Segment อย่างชัดเจน เพื่อยกระดับแบรนด์ให้เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ความงาม เป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพองค์รวมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

 

          “โชกุบุสซึ” วางกลยุทธ์สร้างการเติบโตผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค
รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการออกผลิตภัณฑ์เฉพาะช่วงฤดูกาล เช่น ครีมอาบน้ำและแป้งเย็นที่เหมาะกับหน้าร้อนของไทย หรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Pride Limited Edition ที่สะท้อนการให้คุณค่ากับความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA ) นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้สร้างความตื่นเต้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ วิปโฟมอาบน้ำ นวัตกรรมฟองโฟมนุ่มจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้รู้สึกสบายผิวขณะอาบน้ำ ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง โดยทำการ Collaboration ร่วมกับ ตัวการ์ตูน My Melody เพื่อต่อยอดการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์แบรนด์และจุดยืนทางสังคม

 

          อีกหนึ่งความสำเร็จ คือ การ Re-Launch ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น (Feminine Cleanser) ที่ไม่เพียงยกระดับภาพลักษณ์สินค้าให้ดูทันสมัย แต่ยังช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโตขึ้นกว่า 800% ถือเป็นการ relaunch ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจนบริษัท LION นำไปเป็น case study ให้กับแบรนด์อื่นๆ

 

          “โชกุบุสซึ” ยังคงยืนหยัดใน Brand Purpose ที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยลดการใช้ปริมาณขวดพลาสติกมากกว่า 40 ตันต่อปี และเลือกใช้วัตถุดิบในประเทศ เช่น สารสกัดจากมะไฟจีนที่ได้จากกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดน่าน ซึ่งไม่เพียงสร้างคุณค่าทางสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนตามหลัก Circular Economy อีกด้วย

           ผลจากการทำการตลาดอย่างเข้มข้น การเข้าใจผู้บริโภคและสังคมอย่างลึกซึ้ง ทำให้แบรนด์โชกุบุสซึได้รับรางวัล TOP 20 Thailand Brand Super Fan ในปีที่ผ่านมา โดยโชกุบุสซึเป็นแบรนด์ที่มีจำนวนลูกค้าที่จงรักภักดีต่อแบรนด์สูงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศจากกว่า 200 แบรนด์ในทุก category ที่ทำการสำรวจจากคนไทยทั่วประเทศ

          ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Health segment ที่ต้องแข่งขันกับแบรนด์ระดับโลก “โชกุบุสซึ” ก็สามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น ด้วยการผนึกกำลังกับแบรนด์ “คิเรอิ คิเรอิ” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งใน Health segment และขยายการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพอย่างลึกซึ้ง แม้ภาวะเศรษฐกิจจะกดดันกำลังซื้อ และการแข่งขันด้านราคาจะรุนแรงขึ้น แบรนด์โชกุบุสซึก็ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์ “คุณภาพที่มากกว่าราคา” พร้อมรักษาจุดยืนในฐานะแบรนด์ที่ผสานความงามกับสุขภาพ และไม่ละเลยบทบาทในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม

 

“โชกุบุสซึ ไม่ได้สร้างเพียงแบรนด์ความงาม แต่เราสร้างแบรนด์ที่ใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภค พร้อมเติบโตเคียงข้างสังคมไทย และขับเคลื่อนอนาคตแห่งความงามที่ใส่ใจสุขภาพอย่างแท้จริง” นางสาววรรัช เอกอวัสดาพร กล่าว


ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Fanpage : LION Goodness Society และShokubutsu

 

#LionThailand #Shokubutsu

#LionBusinessWithEthics #liongoodnesssociety
#ไลอ้อนธุรกิจคู่คุณธรรม #ดูแลคุณและโลกด้วยความใส่ใจตลอดไป

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Marketing/New Product
สหพัฒนพิบูล หรือ SPC ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจที่ขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการได้รับ ประกาศนียบัตรการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ประจำปี 2568 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. สะท้อนกลยุทธ์ “Green Supply Chain” มุ่งสู่การเป็น “องค์กรคาร์บอนต่ำ” อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมต่อยอดสู่ซัพพลายเชน ขับเคลื่อน “Green Ecosystem” ทั้งระบบ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า จากการประเมินรอบปี 2568 (มกราคม – ธันวาคม) บริษัทได้ดำเนินการคำนวณและทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามหลักเกณฑ์ของ อบก. อย่างครบถ้วน โดยผลการรับรองดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับแนวทางสากล SPC เปิดเผยอีกว่า บริษัทไม่ได้หยุดอยู่เพียงการพัฒนาองค์กร แต่ได้เดินหน้าสร้าง “Green Ecosystem” โดยสนับสนุนบริษัทย่อยและพันธมิตรหลัก ให้ดำเนินการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกันทั้งระบบ ประกอบด้วย • บริษัท โชคชัยพิบูล จำกัด (สำนักงานใหญ่) • บริษัท โชคชัยพิบูล จำกัด โรงงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จังหวัดปราจีนบุรี • บริษัท โชคชัยพิบูล จำกัด โรงงานผลิตเครื่องดื่มอัดแก๊ส จังหวัดนนทบุรี • บริษัท กรุงเทพ ทาวเวอร์ (1999) จำกัด (สำนักงานใหญ่) • บริษัท แดรี่ไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่) และโรงงานผลิตนมเปรี้ยว จังหวัดราชบุรี • บริษัท ทิพย์วารินวัฒนา จำกัด (สำนักงานใหญ่) และโรงงานผลิตน้ำแร่มองต์เฟลอ จังหวัดตาก แนวทางดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ “Green Supply Chain” ที่ SPC มุ่งยกระดับทั้งระบบธุรกิจ ไม่ใช่เพียงองค์กรหลัก แต่ครอบคลุมถึงพันธมิตรในทุกมิติ ทั้งนี้ การได้รับการรับรอง CFO ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดย SPC พร้อมเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการพลังงาน และระบบโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม และมีส่วนร่วมในการผลักดันประเทศไทยสู่ “สังคมคาร์บอนต่ำ” อย่างยั่งยืนในระยะยาว
12 มี.ค. 2569