“นายกรัฐมนตรี” ร่วมเปิด “มหกรรมผ้าไหมไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15”
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานงาน “มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15” เเละ พิธีมอบรางวัลโครงการประกวด The Next Big Silk Designer Contest ครั้งที่ 7 ประจำปี พ.ศ. 2569” โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คณะรัฐมนตรี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นายกสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นิสิต นักศึกษา และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ หอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร
การจัดงาน “มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของผ้าไหมไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ตลอดจนเป็นการเผยแพร่ภาพลักษณ์และเสน่ห์ของผ้าไหมไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านความร่วมมือกับคณะทูตานุทูตประจำประเทศไทย
รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรมของไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยเฉพาะ “ผ้าไหมไทย” ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่สะท้อนภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของคนไทย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการเลี้ยงไหมและการทอผ้าไหมให้เป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทั้งนี้ งานจัดขึ้นโดยความร่วมมือของกระทรวงวัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมประชาสัมพันธ์ หน่วยงานภาครัฐเเละเอกชน ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการยกระดับผ้าไหมไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งการจัดงานในปีนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วง เริ่มต้นด้วย พิธีเปิดที่จัดขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ณ หอประชุมกองทัพเรือ และนิทรรศการ ในวันที่ 9 - 14 มิถุนายน 2569 ณ Nex Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร
สำหรับพิธีเปิดสุดอลังการ จุดประกายแฟชั่นผ้าไหมไทยสู่สากล 6 มิถุนายน 2569 เริ่มด้วยถวายราชสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี จากนั้นประธานเเละคณะ เดินชมนิทรรศการ พร้อมชมวิดีทัศน์รำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ชุด “สองพระบารมี หนึ่งมรดกไทย : ตำนานผ้าไหมสู่เวทีโลก รวมถึงวิดีทัศน์เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เเละวิดีทัศน์ Fashion TV ต่อเนื่องด้วยการแสดง แฟชั่นโชว์ ชุดไทยพระราชนิยมเเละชุดผ้าไหม โดยได้รับเกียรติจากคณะรัฐมนตรี ผู้แทนรัฐบาลไทย เอกอัครราชทูตและคู่สมรส ตัวเเทนกงสุลกิตติมศักดิ์ เอกอัครราชทูตประจําประเทศไทย ร่วมเดินแบบบนเวที 90 ประเทศ ที่พร้อมใจกันสวมใส่ชุดไทยพระราชนิยมเเละชุดผ้าไหมไทยอันงดงาม ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรม 6 องก์ ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ผสานเข้ากับผ้าไหมไทยอย่างลงตัว จากนั้น H.E. Ms. Millicent Cruz Paredes เอกอัครราชทูตอาวุโสของคณะกรรมการการจัดงาน เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ กล่าวขอบคุณผู้ที่มาร่วมงาน
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการแสดงผลงานและพิธีมอบรางวัลชนะเลิศจากการประกวดชุดผ้าไหมร่วมสมัย “The Next Big Silk Designer Contest ครั้งที่ 7” เพื่อส่งเสริมนักออกแบบรุ่นใหม่ที่สร้างสรรค์ผลงานได้ยอดเยี่ยม และ พิธีมอบรางวัลชนะเลิศการประกวดการออกแบบลายผ้าไหมร่วมสมัย รวมถึง นิทรรศการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จากชุมชนท้องถิ่น และ การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
ทั้งนี้ เชิญชมนิทรรศการไหมไทย สัมผัสเสน่ห์งานดีไซน์ฝีมือคนรุ่นใหม่ ในวันที่ 9 - 14 มิถุนายน 2569 ณ Nex Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างชาติได้สัมผัสกับเสน่ห์ของผ้าไหมไทยอย่างใกล้ชิดกับ แฟชั่นโชว์และนิทรรศการชุดผ้าไหมกว่า 250 ชุด ที่ออกแบบและตัดเย็บโดยนิสิตนักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ในการต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมกันนี้ ยังมีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณการประกวด The Next Big Silk Designer Contest ครั้งที่ 7 ประจำปี พ.ศ. 2569 รวมถึง การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมให้ผู้สนใจได้เลือกซื้อ เพื่อร่วมส่งกำลังใจให้แก่เยาวชน นักออกแบบรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการผ้าไหม และร่วมภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาผ้าไหมไทยที่ได้รับการต่อยอดสู่เวทีนานาชาติอย่างยั่งยืน
