เมื่อ : 11 มิ.ย. 2569

กรุงเทพฯ 11 มิถุนายน 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และกลุ่มธุรกิจในเครือ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานห่วงโซ่คุณค่า จัดงาน CP Sustainable Supply Chain Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Driving Competitive Advantage through Sustainable Growth” เพื่อผนึกความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรม ร่วมขับเคลื่อนแนวคิดการพัฒนาการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนใน 3 มิติหลักคือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)  และเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือความท้าทายใหม่ของโลกธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของเครือซีพีในการยกระดับมาตรฐานตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเชื่อมั่นว่าความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในอนาคตจะไม่ได้วัดจากความสำเร็จขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของทั้งระบบนิเวศธุรกิจ และการเติบโตร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน

 

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวในหัวข้อ “Supplier Transformation : Partner Not Vendor” ว่า ภาคธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันของโลกธุรกิจอย่างรวดเร็ว ซึ่งในอดีตองค์กรแข่งขันกันในระดับบริษัท แต่ปัจจุบันการแข่งขันเกิดขึ้นในระดับห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ และองค์กรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ ต้องมีคู่ค้าและพันธมิตรที่เติบโตไปด้วยกัน เพราะความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า

ดร.ธีระพล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เครือซีพีให้ความสำคัญกับการพัฒนาคู่ค้าในฐานะ “Strategic Partner” หรือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ มากกว่าการเป็นเพียงผู้ส่งมอบสินค้าและบริการ โดยมุ่งสนับสนุนให้คู่ค้ายกระดับศักยภาพด้าน ESG การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างนวัตกรรม เพื่อร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต ภายใต้แนวคิด “Go Together Scale Together” เครือซีพีเชื่อมั่นว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมกันบริหารจัดการความเสี่ยง ยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว เครือซีพีมุ่งดำเนินงานผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การยกระดับห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Supply Chain) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Decarbonization & Circular Economy) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 และการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการสากล  พร้อมกันนี้ยังสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดเตรียมเครื่องมือและแพลตฟอร์มดิจิทัลด้าน ESG การบริหารจัดการคาร์บอน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับภาคการเงิน เพื่อช่วยให้คู่ค้าสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

“การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง โปร่งใส และยืดหยุ่น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย การเติบโตไปด้วยกันและยกระดับไปด้วยกัน คือรากฐานสำคัญของการสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับทุกคน” ดร.ธีระพล กล่าว

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือ เวทีเสวนาพิเศษ “CP x TNN Earth Special Session : โลกเปลี่ยน Supply Chain เปลี่ยน” ที่สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในมิติสำคัญ ทั้ง Climate Change ความผันผวนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และ Digital Transformation ซึ่งกำลังส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

ผู้แทนจากองค์กรชั้นนำระดับโลก ได้แก่ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและเห็นตรงกันว่า “ความยั่งยืน” กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการแข่งขันทางธุรกิจ ขณะที่เทคโนโลยี ข้อมูล และนวัตกรรม จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง Supply Chain ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต

เวทีเสวนาสะท้อนให้เห็นว่า คู่ค้าในยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตที่อยู่เบื้องหลังอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้ร่วมสร้างคุณค่า สร้างนวัตกรรม และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับทั้งระบบนิเวศธุรกิจ สอดคล้องกับแนวคิด “Growing Together in a Changing World” ที่มุ่งเน้นการเติบโตร่วมกันท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก

ภายในงานยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของเครือซีพีและองค์กรพันธมิตร ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้าน ESG มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Finance) การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก การเตรียมความพร้อมด้าน ESG Audit การบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่คุณค่า

นอกจากนี้ ผู้บริหารจากกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในเครือซีพี อาทิ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ซีพีแลนด์ และ Amaze ยังได้ร่วมแบ่งปันแนวทางการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าของแต่ละธุรกิจ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ และเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต

การจัดงาน CP Sustainable Supply Chain Forum 2026 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเครือซีพีและกลุ่มธุรกิจในเครือในการร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ Sustainable Supply Chain อย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมั่นว่าการยกระดับมาตรฐานตลอดห่วงโซ่คุณค่า การสร้างความร่วมมือกับคู่ค้า และการนำ ESG นวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ จะเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน สร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ พร้อมนำพาธุรกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในโลกอนาคต


 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ