Nothing x Longnuamboyz พา Ear (open) Blue Edition หูฟังสายออกกำลังบุกสตรีทแฟชั่น เอาใจสายแอคทีฟ
กรุงเทพฯ- Nothing แบรนด์เทคโนโลยีจัดจ้านจากลอนดอน กำลังสร้างบทสนทนาใหม่ๆ ให้กับวงการไลฟ์สไตล์อีกครั้ง คราวนี้ร่วมจับมือลงนวมบอยส์ (Long Nuam Boyz) แบรนด์สตรีทแฟชั่นสัญชาติไทยที่มาพร้อมกับสไตล์กวนๆ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเตรียมวางจำหน่าย Nothing Ear (open) Blue Edition แบบต่อเนื่องที่ ชอปลงนวมบอยส์ สาขา Siam Center ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Nothing ที่ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตแก็ดเจ็ต แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแฟชั่น และการแสดงออกถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่
ขณะที่กระแสการคอลแลปครั้งนี้ยังถูกพุดถึงอย่างต่อเนื่อง ‘เป้ อารักษ์’ ยิ่งทำให้หูฟัง Nothing Ear (open) Blue Edition ได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะ Ear (open) สีฟ้าโปร่งแสง รุ่นใหม่กลายเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ ‘เป้ อารักษ์’ ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ และเลือกให้หูฟังรุ่นนี้อยู่ในทุกช่วงโมเมนต์ของการใช้ชีวิตจนกลายเป็นของคู่ใจชิ้นใหม่ของหนุ่มเท่คนนี้ไปแล้วเรียบร้อย
การคอลแลประหว่าง Nothing แบรนด์เทคโนโลยีสัญชาติอังกฤษ และ ลงนวมบอยส์ (Long Nuam Boyz) แบรนด์สตรีทแฟชั่นสัญชาติไทยในครั้งนี้ จึงไม่ใช่ความบังเอิญ เพราะทั้ง 2 แบรนด์ต่างมีความเหมือนกันคือ กล้าสร้างความแตกต่าง มองการออกแบบเป็นมากกว่าฟังชันก์การใช้งาน และใช้เป็นเครื่องมือในการสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ การร่วมงานกันครั้งนี้จึงกลายเป็นการนำโลกของเทคโนโลยี แฟชั่น และวัฒนธรรมมาผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว
แนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนอยู่ใน Nothing Ear (open) Blue Edition หูฟัง Ear Open รุ่นล่าสุดของ Nothing ที่ออกแบบมาเพื่อคนใช้ชีวิตแบบไม่หยุดนิ่ง สามารถเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้เต็มอารมณ์ โดยยังเชื่อมต่อกับสิ่งรอบตัว ที่เกิดขึ้นระหว่างวันได้สอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบหูฟังให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และการใช้งานได้จริงในเวลาเดียวกัน
แน่นอนว่าถ้าเป็น Nothing เรื่องดีไซน์ย่อมเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงก่อนเสมอ Ear (open) Blue Edition ยังคงเอกลักษณ์โปร่งแสงอันเป็น DNA ของแบรนด์จากลอนดอนเอาไว้ครบถ้วน พร้อมเพิ่มความโดดเด่นด้วยเฉดสีฟ้าใหม่ล่าสุดที่สะท้อนความสดใหม่ ความมั่นใจ และการแสดงออกถึงตัวตนได้อย่างชัดเจน จนกลายเป็นไอเท็มที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Gadget และ Fashion Item ได้อย่างลงตัว
สำหรับสายแต่งตัวนี่อาจเป็นหูฟังที่ช่วยเติมลุคให้ดูมีคาแรกเตอร์มากขึ้น ส่วนสายแอ็กทีฟก็อาจตกหลุมรักความสบายในการสวมใส่ เพราะ Ear (open) Blue Edition ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด ”Feels like Nothing” ด้วยดีไซน์ Open-Ear แบบเกี่ยวหูตามหลักสรีรศาสตร์ น้ำหนักเบาเพียง 8.1 กรัมต่อข้าง ให้ความรู้สึกเบาสบายจนแทบลืมไปว่ากำลังสวมหูฟังอยู่ ไม่ว่าจะใส่เดินทาง ทำงาน หรือออกกำลังกายก็ยังคงกระชับ ไม่หลุดง่ายแม้ขยับตัวตลอดทั้งวัน
เบื้องหลังความสบายดังกล่าวมาจากการออกแบบที่ศึกษารูปทรงใบหูของผู้ใช้งานจำนวนมาก พร้อมจัดวางตำแหน่งลำโพงในมุมที่ช่วยส่งเสียงเข้าสู่ช่องหูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานโดยไม่รู้สึกกดทับหรืออึดอัด ด้านคุณภาพเสียง Ear (open) Blue Edition มาพร้อมพลังเสียงเบสที่หนักแน่นและมิติเสียงที่คมชัด เสริมด้วยเทคโนโลยี Sound Seal System ที่ช่วยลดการรั่วไหลของเสียง ให้ผู้ใช้งานดื่มด่ำกับเพลงโปรดได้อย่างเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าคนรอบข้างจะได้ยินทุกเพลงในเพลย์ลิสต์ของคุณ
สำหรับคนที่ต้องรับสายทั้งวัน ก็สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจด้วยระบบไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนด้วย AI ที่ช่วยให้เสียงสนทนาคมชัดแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานรวมกับเคสได้ยาวนานสูงสุดถึง 30 ชั่วโมง และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 ที่พร้อมลุยไปกับทุกกิจกรรมในแต่ละวัน
บางทีเหตุผลที่เราเห็น ‘เป้ อารักษ์’ หยิบ Ear (open) Blue Edition มาใส่อยู่บ่อย ๆ อาจไม่ใช่แค่เพราะดีไซน์ที่สะดุดตา แต่เป็นเพราะหูฟังคู่นี้ตอบโจทย์วิธีใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ได้จริง ทั้งสวมใส่สบาย ฟังเพลงได้เต็มอารมณ์ รับรู้โลกได้ตลอดเวลา และยังดูดีทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาใส่ สุดท้ายแล้ว ไอเท็มที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ไอเท็มที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่คือไอเท็มที่คนเท่ ๆ เลือกหยิบมาใช้จริงในทุกวัน และดูเหมือนว่า Nothing Ear (open) Blue Edition ก็กำลังเป็นหนึ่งในนั้น
###
