เมื่อ : 07 ก.ค. 2569

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมแอดลิบ จังหวัดขอนแก่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าขับเคลื่อน ”แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ตามนโยบายของนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผนึกกำลังบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) แม็คโคร โลตัส บริษัท ซีพี ซีดดิ้ง โซเชียลอิมแพคท์ จำกัด บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และบริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมกับ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กรมการค้าภายใน และพันธมิตรโมเดิร์นเทรด จัดงาน ”Big Match AGRI-Connext @ Khon Kaen” เพื่อเปิดเวทีเชื่อมเกษตรกร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน เข้าสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ ผ่านการจับคู่ธุรกิจและการเสริมองค์ความรู้ด้านมาตรฐานสินค้า การสร้างแบรนด์ การตลาด โลจิสติกส์ และ AI เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ และประธานคณะกรรมการจับคู่ธุรกิจ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย ”Unlocking New Growth ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโต” ของหอการค้าไทย ที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยและสร้างการเติบโตที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

“ผู้ประกอบการไทยไม่ได้ต้องการเพียงตลาด แต่ต้องการพันธมิตรที่ช่วยยกระดับศักยภาพให้แข่งขันได้ในระยะยาว การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายโมเดิร์นเทรด โดยมีเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นหนึ่งในช่องทางที่ช่วยเชื่อมสินค้า SME และผลผลิตจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค คือการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้ผู้ประกอบการรายย่อยเติบโตได้อย่างแท้จริง เมื่อเกษตรกรและเอสเอ็มอีเติบโต เศรษฐกิจฐานรากก็จะแข็งแรง และเศรษฐกิจประเทศก็จะเติบโตไปพร้อมกัน”

นอกจากการเจรจาจับคู่ธุรกิจกับพันธมิตรโมเดิร์นเทรด 7 แห่ง ภายในงานยังมีการจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ แนวโน้มตลาดสินค้าเกษตร การยกระดับศักยภาพการผลิตและการบริหารจัดการแปลงเกษตร ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากระบบตลาดข้อตกลงตามมาตรฐานของกรมการค้าภายใน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยอย่างรอบด้าน

”แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ของเครือซีพี ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่เป็นกลไกเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต การตลาด และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อช่วยให้เกษตรกรและเอสเอ็มอีเติบโตบนศักยภาพของตนเอง และแข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่อย่างยั่งยืน

นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจับคู่ธุรกิจเกษตรสมัยใหม่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า งานนี้เป็นมากกว่าเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจ แต่เป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคเกษตรไทย โดยมุ่งสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการเข้าถึงตลาด ควบคู่กับการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้เกษตรกรสามารถพัฒนาสินค้าได้ตรงกับความต้องการของตลาดและสร้างรายได้ที่เติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้  ซีพี แอ็กซ์ตร้า พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงเกษตรกรและผู้ประกอบการสู่ตลาด สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพสินค้า การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการผลักดันสินค้า GI ผ่าน ”แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ของเครือซีพี ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภค และร่วมยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดระดับประเทศและระดับโลกต่อไป

”ความยั่งยืนของภาคเกษตรจะเกิดขึ้นได้ เมื่อผู้ผลิตเข้าถึงตลาดได้จริง มีรายได้ที่มั่นคง และเติบโตไปพร้อมกับคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน เราต้องการให้เกษตรกรเข้าใจตลาด เข้าใจผู้บริโภค และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทยได้ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม”

นอกจากนี้ ภายในงาน ซีพี อาสา ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พัฒนาเกษตรกร ยกระดับอาชีพและคุณภาพผลผลิตเกษตร เข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด ผลักดันกลุ่มเกษตรกร 3 กลุ่ม ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมตำบลทุ่งโป่ง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น กลุ่มเกษตรกรปลูกพืชผักตำบลทุ่งโป่ง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกผักบ้านโคกล่าม-แสงอร่าม อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เข้าร่วมงานเพื่อขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดและรับฟังองค์ความรู้ภายในงาน

เครือซีพีเชื่อมั่นว่า การสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และช่องทางการตลาด ควบคู่กับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถของเอสเอ็มอีไทย และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง แข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่ และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว