ก้าวสำคัญของเครือสหพัฒน์ กับการลงนามความร่วมมือ 20 ฉบับ ต่อยอดเทคโนโลยี ขยายการลงทุน สู่การเติบโตระยะยาว
ตลอด 4 วันของงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 นอกจากบรรยากาศการจัดแสดงนวัตกรรม การช็อปสินค้า และกิจกรรมความบันเทิงครั้งใหญ่แล้ว อีกหนึ่งภาพสำคัญที่เกิดขึ้นในงาน คือ การลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Agreement) ระหว่างเครือสหพัฒน์กับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศจำนวน 20 ฉบับ ซึ่งนับเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ
ความร่วมมือที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อยอดธุรกิจเดิม แต่สะท้อนถึงการมองไกลและการเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ทั้งการเร่งปรับตัวสู่ยุคเอไอ การเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาสุขภาวะและคุณภาพชีวิต การลงทุนในเมืองแห่งอนาคต การสร้างคนรุ่นใหม่ และการผลักดันธุรกิจบนแนวคิดความยั่งยืน
หนึ่งในมิติที่โดดเด่นที่สุด คือ การเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI-Driven Enterprise) ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ ได้แก่ AWS ร่วมกับ SIS Distribution (Thailand) MFEC ผู้ให้บริการ Google Cloud TrueBusiness EGG Digital และ SoftBank Corp. เพื่อนำเทคโนโลยี Cloud Data Artificial Intelligence (AI) และ Agentic AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล การพัฒนาทักษะบุคลากร การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริการลูกค้า การตลาด ตลอดจนการสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัล
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา คือ การสร้างเครือข่ายการค้าและการลงทุนระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับจีน ผ่านความร่วมมือด้านการค้าสองทาง การพัฒนาช่องทาง Cross-Border Commerce ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้กว้างขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้สินค้าและนวัตกรรมจากต่างประเทศเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตลาดไทย
ในขณะที่ความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นได้ขยายไปสู่ธุรกิจความงาม วัฒนธรรม และคอนเทนต์สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการนำแบรนด์ความงามคุณภาพเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย การศึกษาและพัฒนา Tokyo Girls Collection ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่น การพัฒนาเยาวชน อุตสาหกรรมบันเทิง และการค้า ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของญี่ปุ่น รวมถึงการส่งเสริมธุรกิจคอนเทนต์และทรัพย์สินทางปัญญาของญี่ปุ่นในไทยและอาเซียน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Soft Power ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
ส่วนของความร่วมมือกับเกาหลีใต้ มีทั้งการเปิดร้านอาหารบริการด่วน และการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจกอล์ฟในร่ม
ในเวลาเดียวกัน เครือสหพัฒน์ยังขยายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไปสู่มิติของพลังงานสะอาด ผ่านการร่วมมือพัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์สมรรถนะระบบพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย AI และ Machine Learning ซึ่งสะท้อนแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงานและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ
ขณะที่ในมิติของไลฟ์สไตล์และความยั่งยืนจะมีการวางรากฐานธุรกิจแฟชั่นหมุนเวียน เพื่อส่งเสริมการใช้ซ้ำ ลดปริมาณขยะ และยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นให้เติบโตบนหลัก ESG อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับด้านสุขภาพ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นสะท้อนการให้ความสำคัญของคุณภาพชีวิตคนไทยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่การสานต่อโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กไทย การขยายการเข้าถึงบริการทันตกรรมผ่านรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ไปจนถึงการวิจัยและพัฒนาพืชสมุนไพรและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยและเวชสำอางที่มีมูลค่าสูง รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและ Senior Living ซึ่งเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของไทยในอนาคต
ด้านอสังหาริมทรัพย์ เครือสหพัฒน์ยังคงเดินหน้าต่อยอดศักยภาพพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นในการพัฒนาพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภายใต้แนวคิดเมืองสำหรับการอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุนแห่งอนาคต รองรับการเติบโตของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการขยายตัวของการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ การพัฒนาคนและองค์ความรู้ยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของความร่วมมือในปีนี้ ผ่านการจับมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง เพื่อร่วมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ งานวิจัย และนวัตกรรม ตลอดจนสร้างทักษะใหม่ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคดิจิทัล ทั้งด้าน Big Data Data Analytics Artificial Intelligence การสร้างคอนเทนต์ดิจิทัล และ Affiliate Marketing เพื่อเตรียมกำลังคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานและเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
เมื่อมองภาพรวมที่เกิดขึ้นทั้งหมด จะเห็นว่าความร่วมมือของเครือสหพัฒน์และพันธมิตรในงาน สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนโครงการหรือการต่อยอดธุรกิจขององค์กรเท่านั้น แต่คือการสร้างระบบนิเวศแห่งการเติบโตที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี การลงทุน การพัฒนาคน นวัตกรรม สุขภาพ และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างคุณค่าใหม่ให้เศรษฐกิจไทย และเตรียมพร้อมรับโอกาสของโลกยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
