เมื่อ : 13 ส.ค. 2569

กรุงเทพฯ 13 สิงหาคม 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์เดินหน้ายุทธศาสตร์ “สร้างคน” ควบคู่ “สร้างนวัตกรรม” รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกเทคโนโลยี  ผ่าน “ศูนย์นวัตกรรมความเป็นเลิศซีพี” หรือ CP Innovation Center of Excellence (CPIC) ยกระดับบทบาทสู่แพลตฟอร์มด้านนวัตกรรม การเรียนรู้ และการสร้างขีดความสามารถแห่งอนาคต พร้อมขับเคลื่อน “CP-CoEX” (Center of Excellence × Exponential) สู่ Global Learning & Innovation Platform ที่เชื่อมองค์ความรู้ระดับโลก เทคโนโลยี ผู้นำธุรกิจ มหาวิทยาลัย และโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรม สนองตอบนโยบายของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็น Future Leaders ที่ไม่เพียงก้าวทัน AI แต่สามารถนำเทคโนโลยีไปสร้างนวัตกรรม ธุรกิจใหม่ และขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ถึงความสำคัญของการสร้างคนในยุค AI ว่า “ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ซีพีจะต้องสร้างคนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะสุดท้าย ‘คน’ เป็นคนคิด ‘คน’ เป็นคนสร้าง และ ‘คน’ เป็นคนใช้...เราต้องรีบสร้าง ‘คน’ ของเราให้ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง”

ด้าน นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของ CP Innovation Center of Excellence คือการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลก ที่มุ่งพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีดิจิทัลและการประมวลผล หุ่นยนต์ นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีชีวภาพและสุขภาพ ตลอดจนเทคโนโลยีอวกาศ แต่หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการสร้างเทคโนโลยี หากคือการพัฒนาคน สร้างองค์ความรู้ และเชื่อมโยงทุกภาคส่วนให้เกิดเป็นระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญของโลก สร้างทั้งความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้แก่คนไทย”

ขณะที่ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ก่อนเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถสร้าง “คน” ที่เข้าใจเทคโนโลยี มองเห็นโอกาส และเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นนวัตกรรมและคุณค่าทางเศรษฐกิจได้เร็วกว่า”

“โจทย์ของเราไม่ใช่เพียงว่าจะสอนเทคโนโลยีอะไร แต่คือโลกและธุรกิจในอนาคตต้องการคนแบบไหน และเราจะสร้างระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมคน องค์ความรู้ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัย และโจทย์ธุรกิจจริงเข้าด้วยกันอย่างไร เพื่อให้การสร้างคนและการสร้างนวัตกรรมเกิดขึ้นไปพร้อมกัน” ดร.ธีระพล กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับ CP-CoEX ถูกออกแบบให้เป็น Open Learning & Innovation Ecosystem ที่เปิดกว้างสำหรับผู้เรียนและองค์กรทั้งภายในและภายนอกเครือฯ ตั้งแต่นักศึกษา คนรุ่นใหม่ บุคคลทั่วไป Professionals ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้บริหารและองค์กร ผ่าน 4 Learning Pillars ได้แก่ Business Co-Creation (B2B) GenEd (Credit Bank) Global Co-Creation และ Executive Courses ทำให้การเรียนรู้สามารถเชื่อมตั้งแต่นักศึกษาสู่ผู้บริหาร จากบุคคลสู่องค์กร และจากองค์ความรู้สู่การสร้างผลลัพธ์จริง โดยมีเป้าหมายขยายเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย บริษัทเทคโนโลยี และสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

 “AI Business Accelerator” จะเป็นห้องเรียนที่เริ่มจากโจทย์ธุรกิจจริง ที่ถือเป็นก้าวแรกของ CP-CoEX เริ่มต้นด้วย “CP-CoEX: AI Business Accelerator” ห้องเรียนที่เริ่มจากโจทย์ธุรกิจจริง โดยรุ่นที่ 1” Flagship Program ภายใต้ Business Co-Creation (B2B) จะนำแนวคิด Global Learning & Innovation Platform มาสู่การปฏิบัติ ผ่านการผสาน Academic Knowledge × Industry Expertise × Real Business Project เพื่อสร้างคนที่สามารถเปลี่ยน AI Knowledge ให้เป็น Real Business Impact

หลักสูตรใช้เวลา 12 สัปดาห์ รวม 96 ชั่วโมง มีผู้เข้าอบรมรวม 60 คน จาก 11 บริษัทชั้นนำ ได้แก่ CPF CP ALL CP Axtra และ True พร้อมด้วย Huawei Tencent AWS KAO Schneider Electric Mitsubishi Electric และ SCG เข้ามาอยู่ใน Learning Ecosystem เดียวกัน เพื่อร่วมพัฒนา 7 Real Business AI Projects จากโจทย์ธุรกิจจริง เป้าหมายไม่ได้จบเพียง Certificate แต่ต้องต่อยอดไปสู่ AI Solution Prototype หรือ Proof of Concept Business Case ตลอดจน Pilot และ Scale-up Plan ที่มีศักยภาพนำไปใช้งานจริง

CP-CoEX: AI Business Accelerator ได้เปิดห้องเรียนวันแรกด้วย “ผู้นำประเทศ × ผู้นำธุรกิจ” คือการนำ ผู้กำหนดนโยบายระดับประเทศและผู้นำธุรกิจ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยตรงจากทั้งมิติ National Policy และ Leadership

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดบทเรียน AI 001: “AI Unleash – From Policy to Action (National AI Policy)” ถ่ายทอดภาพใหญ่จากนโยบาย AI สู่การขับเคลื่อนประเทศไทยในยุคเศรษฐกิจใหม่

ขณะที่ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ถ่ายทอดบทเรียน LD 001: “Future Ready Leader (AI Leadership Development)” นำประสบการณ์และวิสัยทัศน์ด้านการสร้างคนและการนำองค์กรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง มาถ่ายทอดให้กับผู้เรียนโดยตรง

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของนายธนินท์ที่ย้ำมาโดยตลอดว่า ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้า ยิ่งต้องเร่งสร้างคนให้ก้าวทัน เพราะท้ายที่สุด “คน” คือผู้คิด ผู้สร้าง และผู้นำเทคโนโลยีไปใช้ พร้อมย้ำหลักการเรียนรู้และพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งว่า “วันนี้เราอาจทำได้ดีที่สุด แต่พรุ่งนี้อาจไม่ดีที่สุด ฉะนั้นเรามีแต่ต้องทำให้ดีขึ้น ดีกว่า และดีกว่า”

นอกจากนี้การเรียนในวันแรกยังต่อยอดจากระดับนโยบายและ Leadership ไปสู่ Global AI Ecosystem ผ่าน AI 002: “Leading in the Age of AI” โดยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก NVIDIA IBM Accenture และ Xi’an Jiaotong-Liverpool University (XJTLU) ทำให้ห้องเรียนแรกสะท้อนโมเดลของ CoEX อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ Policy → Leadership → Technology → Business Impact

AI Business Accelerator เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ CP-CoEX โดย CPIC มีเป้าหมายขยาย Learning Platform ไปสู่สาขาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ Biotechnology Robotics & Automation Smart Manufacturing Smart Agriculture Future Food Healthcare Innovation Clean Energy Data & Cloud และ Deep Technology พร้อมขยายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา บริษัทเทคโนโลยี และองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

เป้าหมายปลายทางจึงไม่ใช่เพียงการสร้างคนที่ “ใช้ AI เป็น” แต่คือการสร้างผู้นำที่สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลง เชื่อม Business Technology Leadership Execution และเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับโลกให้เป็นนวัตกรรมและผลลัพธ์จริง เพื่อสร้าง Future Leaders Future Capabilities และ Future Businesses ที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถขององค์กรและประเทศไทยในเวทีโลก