ธุรกิจไทยยืนแถวหน้า ESG โลก เครือเจริญโภคภัณฑ์ติด Top 5% จาก S&P Global ต่อเนื่องปีที่ 5
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 — เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ได้รับการจัดอันดับ Top 5% ในกลุ่มอุตสาหกรรม Industrial Conglomerates จากการประกาศผล The Sustainability Yearbook 2026 โดย S&P Global ด้วยคะแนนประเมิน 82 จาก 100 คะแนน นับเป็นการติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยการจัดอันดับปีนี้มีบริษัทจากทั่วโลกกว่า 9200 แห่งเข้าร่วมการประเมิน และมีเพียง 848 บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ Sustainability Yearbook สะท้อนมาตรฐานการประเมินที่เข้มข้น โดยในกลุ่ม Industrial Conglomerates มีบริษัทเข้าร่วม 95 แห่ง และมีเพียง 5 บริษัทที่ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่ม ได้แก่ Keppel (สิงคโปร์) CP Group (ไทย) Siemens (เยอรมนี) SK Inc (เกาหลีใต้) และ Metlen Energy & Metal (กรีซ)
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนายุทธศาสตร์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า การได้รับการจัดอันดับต่อเนื่องสะท้อนถึงการยกระดับมาตรฐาน ESG เชิงระบบของเครือฯ โดยเฉพาะการบูรณาการประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง และการลงทุนระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม
“วันนี้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงโครงการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการบริหารองค์กร ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว” ดร.ธีระพล กล่าว
นอกจากระดับเครือแล้ว บริษัทในกลุ่มยังได้รับการจัดอันดับในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ได้แก่ True Corporation ติด Top 1% ในกลุ่ม Telecommunication Services นอกจากนี้ CP ALL ติด Top 5% ในกลุ่ม Food & Staples Retailing และCP Axtra ติด Top 5% ในกลุ่มเดียวกัน ส่วน Charoen Pokphand Foods ติด Top 10% ในกลุ่ม Food Products สะท้อนการขับเคลื่อน ESG ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ ตั้งแต่เกษตร อาหาร ค้าปลีก โทรคมนาคม ไปจนถึงธุรกิจดิจิทัล
สำหรับ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานสากลที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานด้าน ESG ขององค์กร โดยเชื่อมโยงผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเข้ากับความสามารถในการแข่งขันและผลประกอบการในระยะยาว
การติดอันดับ Top 5% ครั้งนี้จึงสะท้อนว่า ธุรกิจไทยสามารถยืนอยู่ในมาตรฐานเดียวกับองค์กรชั้นนำของโลก ภายใต้เกณฑ์การประเมินที่เข้มข้น และตอบโจทย์ความคาดหวังของนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
